สลด เด็กหญิงวัย 12 ถูกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ข่มขืน ทั้งที่มีศักดิ์เป็นหลาน

4

แม่สุดทนจูงลูกสาววัย 12 และ 3 ขวบ แจ้งความถูกลุงเขย ซึ่งเป็นข้าราชการระดับ ผอ. ข่มขืนในบ้านพักข้าราชการหลายครั้ง แถมยังถูกขู่ฆ่า

ที่ สภ.แม่ปิง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้ปกครองพาบุตรสาววัย 12 ปี และ 3 ขวบ เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ว่าถูกลุงเขยซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ระดับผู้อำนวยการของหน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง ข่มขืนทำอนาจารหลายครั้งระหว่างที่ไปพักอาศัยที่บ้านพักในหน่วยงานราชการ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เบื้องต้นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียก ร.ต.ท.หญิงกมลณัฐ บุบผศิริ พนักงานสอบสวนสิทธิเด็กและสตรี มารับเรื่องราวร้องทุกข์และสอบปากคำแม่รวมทั้งลูกสาวทั้งสองคน จากการสอบสวนแม่ของเด็ก ให้การว่า เมื่อ 4 เดือนก่อน พี่สาวและข้าราชการรายนี้ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงเขย ได้มาขอรับลูกสาวทั้งสองไปเลี้ยงดู อ้างว่าจะติวเข้มเรื่องการเรียนและจะฝากให้เข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐชื่อดังให้ ด้วยความต้องการให้ลูกสาวมีอนาคตที่ดีตนจึงยินยอม
ส่งลูกสาวไปอยู่ด้วย

แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาลูกสาวคนโตมาบ่นให้ฟังว่า ประจำเดือนขาดมาหลายเดือนแล้ว และ ตนก็สังเกตเห็นลูกมีอาการผิดปกติ จากเด็กร่าเริงกลายเป็นไม่พูดไม่จาจึงพยายามคาดคั้น จนลูกสาวยอมบอกว่าถูกลุงเขยทำอนาจารหลายครั้ง และ ยังพูดจาข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร หากใครรู้ก็จะฆ่าให้ตาย เมื่อทราบเรื่องจึงสอบถามลูกสาวคนเล็กอีกคน เพราะเคยส่งไปอยู่กับพี่สาวบ่อยครั้งเช่นกัน ก็ถึงกับอึ้งเพราะลูกสาวคนเล็กเล่าให้ฟังว่าเวลาไม่มีคนอยู่บ้าน ลุงชอบพาไปอาบน้ำ ตนจึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับข้าราชการระดับสูงรายนี้

หลังรับแจ้งตำรวจเตรียมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำตัวเด็กไปตรวจร่างกายและสอบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ระบุว่า เมื่อรวบรวมพยายานหลักฐานครบถ้วน จะออกหมายเรียกข้าราชการรายนี้มาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

7 วิธีแก้ข้อศอกดำ เคล็ดลับดี ๆ เพื่อข้อศอกขาวเนียนน่าสัมผัส

3

วิธีแก้ข้อศอกดำ รวมสารพัดวิธีง่าย ๆ มาเปลี่ยนข้อศอกดำ-ด้านให้ขาวเนียนน่าสัมผัสกันเถอะ

ข้อศอก ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของผู้หญิง ที่จะมัดใจหนุ่ม ๆ ให้หลงใหลในความขาวเนียนนุ่มและอยากจะสัมผัสอยู่ใกล้ตลอดเวลา ดังนั้นคงจะไม่มีสาว ๆ คนไหนอยากจะให้ข้อศอกของตัวเองดำ-ด้านให้หนุ่ม ๆ เห็นหรอกจริงไหมคะ ? เพราะถ้าขืนเป็นอย่างนั้นมีหวังหนุ่ม ๆ คงหนีห่างกันเป็นแถว ๆ แน่นอน และถ้าไม่อยากให้เสน่ห์ของคุณต้องดับลงแล้วละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมมีสารพัดวิธีแก้ข้อศอกดำแบบง่าย ๆ มาบอกต่อกันแล้วค่ะ สำหรับคุณสาว ๆ คนไหนที่กำลังมีปัญหาข้อศอกดำ-ข้อศอกด้านกันอยู่ รีบมาดูเคล็ดลับจัดการกับปัญหาเหล่านี้กันเลย…
1. ขัดด้วยน้ำมะนาว หรือมะขามเปียก

เนื่องจากน้ำมะนาว และมะขามเปียก มี AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และจะช่วยเผยผิวใหม่ให้มีความขาวเนียนและกระจ่างใสได้มากขึ้น ดังนั้นการนำน้ำมะนาว หรือมะขามเปียกมาขัดข้อศอกเป็นประจำจะช่วยทำให้ข้อศอกของคุณขาวขึ้นได้ ซึ่งวิธีทำก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำมะนาวสดที่ผ่าครึ่งแล้ว หรือมะขามเปียกผสมน้ำพอให้ได้เนื้อข้น ๆ นำมาขัดที่บริเวณข้อศอก ขัดเสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด วิธีนี้สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ข้อศอกของคุณจะขาวขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดความหยาบกร้านได้ดีอีกด้วย
2. สครับด้วยเกลือ
นำเกลือป่น มาผสมกับเบบี้ออยล์ คนให้เข้ากันพอให้เกลือยังไม่ละลาย จากนั้นให้นำมาขัดเบา ๆ ที่บริเวณข้อศอก พักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด ตามด้วยการทาโลชั่นบำรุงทันที วิธีนี้หากทำเป็นประจำจะทำให้ข้อศอกขาวเนียนกระจ่างใส และออยล์ยังจะช่วยบำรุงให้ผิวบริเวณข้อศอกชุ่มชื้นและไม่แห้งกร้านอีกด้วย
3. สครับด้วยน้ำตาลทรายแดง
นำน้ำตาลทรายแดง มาผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย คนให้เข้ากันพอให้น้ำตาลยังไม่ละลายมาก จากนั้นให้นำมาขัดวนเบา ๆ บริเวณข้อศอก เสร็จแล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกให้สะอาด ทำบ่อย ๆ สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง น้ำตาลจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวกระจ่างใส และน้ำผึ้งจะทำให้ผิวเนียนนุ่มมากขึ้น
4. ขัดด้วยน้ำส้มสายชู

นำน้ำส้มสายชูมาผสมกับโยเกิร์ตในอัตราส่วนที่เท่ากัน จากนั้นให้นำมาขัดและพอกบริเวณข้อศอกทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ล้างออกให้สะอาด และทาโลชั่นบำรุง กรดของน้ำส้มสายชูจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ข้อศอกขาวกระจ่างใส และโยเกิร์ตจะช่วยบำรุงให้ข้อศอกเนียนนุ่มขึ้นได้ค่ะ
5. หมั่นนวดข้อศอกด้วยน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวมีวิตามินอีที่สามารถช่วยลดความดำและป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้านได้ดีค่ะสาว ๆ ดังนั้นแนะนำให้นำน้ำมันมะพร้าวมานวดบริเวณข้อศอกเป็นประจำทุกวัน จะช่วยทำให้ข้อศอกเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน อีกทั้งยังป้องกันข้อศอกดำด้านได้ดีอีกด้วย
6. ทาโลชั่นบำรุงข้อศอกอย่างสม่ำเสมอ
การทาโลชั่นที่ข้อศอกจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส และไม่แห้งกร้าน ดังนั้นทุกวันเช้า-เย็นหลังอาบน้ำเสร็จ สาว ๆ จึงควรทาโลชั่นบำรุงผิวที่บริเวณข้อศอกเป็นประจำ นอกจากนี้ก่อนออกจากบ้านการทาครีมกันแดดที่บริเวณข้อศอกก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน เพราะผิวบริเวณข้อศอกนั้นจะไวต่อแสงแดดและคล้ำง่ายมาก ดังนั้นสาว ๆ จึงไม่ควรละเลยที่จะทาครีมกันแดดส่วนนี้ด้วยนะคะ
7. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ข้อศอกเกิดการเสียดสี
การเสียดสีหรือแรงกดทับบริเวณข้อศอก ถือเป็นสาเหตุหนึ่งของการทำให้ข้อศอกดำและข้อศอกด้าน ดังนั้นสาว ๆ จึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ เช่น ไม่ควรเท้าข้อศอกบนโต๊ะ ไม่ควรยืนพิงข้อศอก หรือทำพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ข้อศอกเกิดการกดทับหรือเสียดสี ซึ่งทางแก้ก็คือควรหาหมอนบาง ๆ หรือเบาะนุ่ม ๆ มารองเอาไว้จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ

เอ้า ! ทีนี้ก็ได้เวลาเอาเคล็ดลับดี ๆ เหล่านี้ไปเนรมิตข้อศอกของคุณให้กลับมาขาวเนียนอีกครั้งกันแล้วล่ะค่ะ รับรองหนุ่ม ๆ ข้างกายจะต้องหลงใหลอยากจะขอสัมผัสทั้งวันแน่นอน อิอิ

งดงามตระการตา สุริยุปราคาวงแหวน เหนือฟ้าอเมริกาใต้

2

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริเวณซีกโลกตอนใต้ต่างตื่นตากับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ “สุริยุปราคาวงแหวน” ที่พาดผ่านแถบทวีปแอฟริกาตอนกลาง-ใต้ มหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ และทวีปอเมริกาใต้ กลายเป็นภาพที่สวยงามที่ผู้คนนับล้านได้มองเห็น

ตามรายงานระบุว่า สุริยุปราคาวงแหวน หรือ วงแหวนไฟ ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากเงาของดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์ และอยู่ในระยะที่เหมาะสมที่ทำให้เกิดการบดบังแบบไม่เต็มดวง ปรากฏการณ์เริ่มขึ้นเวลาราวๆ 19.10 น. ไปจนถึงเวลา 00.35 น. ของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในประเทศไทย โดยสามารถมองเห็นชัดเจนในหลายประเทศ เช่น บราซิล, ชิลี หรือ อาร์เจนตินา เป็นต้น

สำหรับในครั้งต่อไปจะเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน ในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 ที่จะถึงนี้ โดยจะสามารถมองเห็นปรากฏการณ์ครั้งดังกล่าวได้ในหลายพื้นที่ในทวีปยุโรป, แอฟริกา, ออสเตรเลีย, เอเชีย รวมทั้งประเทศไทยด้วย

พชร์ อานนท์ บอก 4 ข้อที่ตัดขาด “เทพพิทักษ์” ล่าสุดให้โอกาสอีกรอบ

1

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีประเด็นดราม่าข้ามปี ระหว่างผู้กำกับร้อยล้าน “พชร์ อานนท์” กับดาราเน็ตไอดอล “เทพพิทักษ์” ถึงขั้นประกาศตัดหางปล่อยวัด ไม่อาจจะป้อนงานหรือร่วมทำงานกันอีก จนทำให้อีกฝ่ายถึงขั้นงานหดหาย ไม่มีใครจ้างงาน หายหน้าไปจากวงการพักหนึ่งเลยทีเดียว

แต่ล่าสุด พชร์ อานนท์ ได้ออกมาโพสต์ถึงสาเหตุของประเด็นเกี่ยวกับ เทพพิทักษ์ ที่ยังคาราคาซังอยู่ให้สังคมได้ทราบ เป็นปัญหาที่ใครๆ อาจจะอยากได้คำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยเจ้าตัวได้โพสต์คำคม “เกิดเป็นคนก็ต้องดิ้นรนกันไป อะไรช่วยได้ก็ช่วย ไม่รู้ว่าวันหนึ่งเราจะจากโลกนี้ไป มีโอกาสก็ทำความดีกันนะ เพราะเชื่อและอยากให้ทุกคนเชื่อเสมอว่า ความดีไม่มีวันตาย”

ผู้กำกับคนดังยังชี้แจงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าง เทพพิทักษ์ มีหลักๆ แค่ 4 ข้อ คือ 1. อาการติดสาวแบบโงหัวไม่ขึ้น แล้วกระทบกับหน้าที่การงาน รับงานแล้วเบี้ยงคิวงาน 2. ดื่มเหล้าทุกวัน ตื่นสายตลอดทุกครั้งที่เมา แล้วยังทำกร่างไปทั่ว

3. นิสัยโกหกและถูกจับได้อยู่หลายครั้ง และ 4. เงินที่เขาหาได้จากการทำงาน ที่คอยป้อนงานให้ได้เงินเป็นล้านๆ ไม่ยอมเก็บเอาไว้ ใช้จนหมดตัว สุดท้ายต้องกลับไปขับรถตู้ที่สนามบิน

พชร์ อานนท์ ยังบอกอีกว่า ทุกอย่างผิดคือผิด แต่ก็อดสงสารไม่ได้ การให้อภัยคือแก้แค้นที่ดีที่สุด แต่ต้องดูพฤติกรรมกันอีกครั้ง ครั้งนี้อาจจะให้เขาพิสูจน์ตัวเองว่าจะดีขึ้นหรือไม่ ยืนยันว่าปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะคนคนเดียวกันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เทพพิทักษ์ ก็ได้รับโอกาสอีกครั้ง ให้มาร่วมเล่นหนังเรื่องล่าสุดของพชร์ อานนท์ เรื่อง “กัดกระชากเกรียน” ที่กำลังจะเข้าฉายช่วงวันสงกรานต์นี้

“บี น้ำทิพย์”การันตีเดอะเฟสซีซั่นนี้..แซ่บยิ่งกว่า เปรยยังไม่คิดแต่งงาน

21

ไม่รู้ว่ามีวี่แววจะมีข่าวดีบ้างหรือยังสำหรับ “บี น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์” ที่คบหากับ “ไฮโซฮิม” มาพักใหญ่ แถมทั้งคู่ก็ไปเที่ยวด้วยกันช่วงปีใหม่ด้วย พอได้เจอสาว “บี” ในงานประกาศผลรางวัลโครงการ “ดาววิ้ง เดือนว้าว” เฟ้นหาสุดยอดนักแสดงหน้าใหม่สังกัดช่องวัน 31 ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ก็ให้สัมภาษณ์ว่า

“ปีใหม่ก็ไปพักผ่อนที่เกาหลีมา ไปกันหลายคน ไม่สวีทเลยปกติ ไปประมาณ 5 วัน ส่วนใหญ่ไปกิน ไปวัด ไปเดินเล่น ช้อปปิ้งก็ไม่ค่อยได้ช้อป จริงๆ เราเป็นคนไม่ค่อยได้เที่ยวอยู่แล้ว นานๆ จะได้ไปสักทีหนึ่ง พอไปทีเราก็อยากไปพักผ่อนมากกว่า ปีนี้ก็ลุยงานเต็มที่ มีละคร 2 เรื่องคิดว่าน่าจะฉายในปีนี้ แล้วก็เดอะเฟส บอกเลยว่าตีกันแรงมาก ทีมงานปวดหัวเมนเทอร์ก็ปวดหัวแต่บอกอะไรตอนนี้ไม่ได้ วันที่ 4 กุมภาพันธ์นี้ ก็อย่าลืมมาดูกันนะคะ จากซีซั่นก่อนที่ว่าแซ่บบอกเลยว่าปีนี้แซ่บยิ่งกว่าค่ะ”

สำหรับคู่จิ้นกับ “คริส หอวัง” ก็ไม่มีอะไร ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานคู่กันแต่ก็นัดมากินข้าวด้วยกันบ้าง จิ้นกับผู้หญิงแบบนี้ก็ดีนะ มันดูไม่เสียหายเท่าไร ดูน่ารักดี ถ้าจิ้นกับผู้ชายดูจะเสียหายเยอะกว่า

“ส่วนเรื่องเพื่อนแต่งงานกันเกือบหมดแล้วก็ดีค่ะ ให้เพื่อนแต่งงานก่อน ทางนี้ไม่รีบ เพื่อนๆ ไม่ได้แซวเลย ไม่มีใครกล้าแซว จริงๆ เราก็อยากใส่ชุดแต่งงานแหละ แต่มันยังไม่ถึงเวลา ก็รอไปก่อน ตอนนี้เป็นเพื่อนเจ้าสาวไปก่อน ทางแฟนก็ไม่มีคุยเรื่องนี้เลย ยืนยันว่าไม่ใช่เร็วๆ นี้แน่นอนค่ะ”

3 สูตรนวดหน้าลดความบวมตอนเช้า เพิ่มผิวเปล่งปลั่งสดใส ดูอ่อนวัยกว่าเดิม !

22

ใครตื่นมาแล้วหน้าบวมฉึ่งจนต้องกุมขมับ เจอแบบนี้เราขอแนะนำวิธีนวดหน้าง่าย ๆ ทำได้ทุกเช้า

อาการหน้าบวม ตาบวม มาเยือนบ่อย ๆ เรียกได้ว่าตื่นมาตอนเช้าต้องลุ้นก่อนส่องกระจกทุกครั้งว่าวันนี้เราจะรอดจากอาการหน้าบวม ตาบวมไหม โถ…จริง ๆ แล้วชีวิตง่ายกว่านั้นเยอะค่ะ แค่ลองนวดหน้าแก้อาการหน้าบวมตาม 3 เทคนิคนวดหน้าต่อไปนี้ รับรองเลยว่าความบวมของหน้าจะหายไป เหลือไว้แต่ผิวเปล่งปลั่ง แลดูอ่อนกว่าวัย แถมด้วยผิวใสปิ๊งอีกต่างหาก
วิธีนวดหน้าที่เก็บไว้ทำเป็นกิจวัตรประจำวันได้เลย เพราะมีจุดประสงค์หลักในการกระตุ้นความเข็งแรงของเซลล์ผิวหน้า ขับน้ำส่วนเกินที่ก่ออาการหน้าบวมให้หายไป และยังเป็นการนวดหน้าเรียวได้ด้วยล่ะ

1. ล้างมือและล้างหน้าให้สะอาดหมดจด จากนั้นวอร์มอัพผิวหน้าด้วยการใช้ปลายนิ้วไต่ ๆ ให้ทั่วใบหน้า วนไปจนถึงลำคอ ทำซ้ำประมาณ 2 ครั้ง

2. ทาครีมบำรุงผิวหน้าให้ทั่ว

3. ใช้นิ้วชี้ไล้ผิวบริเวณหน้าผากเป็นแนวซิกแซกทั้งแนวนอนและแนวขวาง

4. จากนั้นใช้ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางไล้จากกลางหน้าผากและมาหยุดคลึงบริเวณขมับสักพักเพื่อคลายความตึงเครียด

5. ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งบีบเบา ๆ ตามแนวคิ้ว นาน 10 วินาที

6. กดปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางคลึงเบา ๆ ที่ระหว่างคิ้วและกกหู ที่ละ 10 วินาที

7. ใช้นิ้วกลางไล้เบา ๆ ใต้ตา โดยไล้จากหัวตาไปหางตาอย่างเบามือ ประมาณ 10 ครั้ง ท่านี้จะช่วยขับน้ำที่ถุงใต้ตาได้เป็นอย่างดี

8. ใช้ปลายนิ้วทั้ง 4 (ยกเว้นนิ้วโป้ง) คลึงเบา ๆ จากคางขึ้นไปยังขมับ สลับทำทั้ง 2 ด้าน ท่านี้จะช่วยไล่อาการหน้าบวมน้ำได้อย่างเน้น ๆ เลยเชียวล่ะ

9. ใช้นิ้วโป้งและนิ้วกลางบีบเบา ๆ ที่สันจมูก แล้วไล่ขึ้นไปยังกลางหน้าผาก นาน 10 วินาที

10. ใช้นิ้วทั้ง 4 (ยกเว้นนิ้วโป้ง) คลึงไล่สารน้ำตกค้างตั้งแต่แนวสันกรามลงมาย้ำลำคอ ทำข้างละ 10 ครั้งเป็นอย่างต่ำ

วิธีนวดหน้าด้วยท่าไม่ยาก แถมยังทำได้ทุกเช้า และไม่เพียงแต่เป็นวิธีแก้หน้าบวมให้เราได้เท่านั้น แต่การนวดหน้าด้วย 10 สเต็ปนี้ยังช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวให้แข็งแรง ส่งผลให้หน้าเด็กลงอีกด้วยล่ะ ว่าแล้วก็มาเริ่มนวดหน้ากันเลย…

1. ล้างมือและหน้าให้สะอาด จากนั้นทาครีมบำรุงผิวหน้า หรือจะใช้น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว นวดหน้าก็ได้

2. ใช้ปลายนิ้วมือตบเบา ๆ ให้ทั่วหน้าผาก โดยเน้นใช้ปลายนิ้วชี้ นิ้วกลาง และปลายนิ้วก้อย ตบผิวหน้าบริเวณเหนือคิ้ว ค่อย ๆ ไล่จากหัวคิ้วมาทางหางคิ้ว นาน 10 วินาที

3. เขยิบมาใช้ปลายนิ้วมือตบเบา ๆ ที่ใต้ตาและโหนกแก้ม นาน 10 วินาที เพื่อไล่สารน้ำที่คั่งอยู่ใต้เซลล์ผิว เน้นย้ำว่าอย่าใช้ความรุนแรงกับผิวหน้าเด็ดขาดนะคะ

4. ต่อมาใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางไล้เบา ๆ ตามแนวคิ้ว (จากหัวคิ้วไปหางคิ้ว) ประมาณ 10 ครั้ง

5. ใช้ปลายนิ้วนางตบเบา ๆ ไล่จากจมูกไปยังแนวขมับ นาน 10 วินาที

6. ทำนิ้วเป็นตัว V ไล้จากกกหูมายังคาง ทำทั้งหมด 10 ครั้ง

7. ไขว้มือแล้วใช้ปลายนิ้วค่อย ๆ ไล้ตามแนวกราม โดยเน้นช่วงคางเป็นพิเศษ ทั้งทั้งหมด 10 ครั้ง

8. ยังคงไขว้มืออยู่แล้วใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง ไล้จากหลังใบหูลงมายังลำคอ ทำทั้งหมด 10 ครั้ง

9. ใช้นิ้วกลางและนิ้วนางไล้บริเวณไหปลาร้าไปยังช่วงไหล่ ในท่ามือยังไขว้กันเพื่อลดความหนักของนิ้วมือ ทำทั้งหมด 10 ครั้ง

10. ทำซ้ำทุกขั้นตอนอีก 2 ครั้ง

การนวดหน้านี้เรียกว่า Tanaka จะเป็นการนวดผิวหน้าด้วยฝ่ามือ ซึ่งจะทำให้เลือดไหลเวียนในเซลล์ผิวหนังได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองบริเวณใบหน้า ให้ถ่ายเทเอาสารพิษหรือสารคัดหลั่งส่วนเกินใต้ชั้นผิวหนังออกไป ทำให้หน้าตึงใส ผิวหน้าดูกระชับและลดอาการบวมได้

1. ไล้ฝ่ามือตามแนวสันกราม ลงไปถึงบริเวณไหปลาร้า ทำซ้ำกัน 3 ครั้ง

2. นวดไล้หน้าผากด้วยมือทั้งสองข้าง โดยลงน้ำหนักเบา ๆ จากนั้นไล้จากหน้าผากลงมาตามเนวสันกราม และจบลงที่ไหปลาร้า ทำทั้งหมด 3 ครั้งติดกัน

3. นวดดวงตา โดยใช้นิ้วนางค่อย ๆ ไล้จากใต้ตาแล้ววนไปที่หัวคิ้ว ต่อด้วยขมับและแนวสันกราม จบลงที่ไหปลาร้า ค่อย ๆ ทำอย่างช้า ๆ เบามือ ทั้งหมด 3 ครั้ง

4. แตะ 4 นิ้วมือของมือแต่ละข้างไว้ที่คาง จากนั้นค่อย ๆ ไล้นิ้วอย่างเบา ๆ วนขึ้นไปรอบปาก ทำช้า ๆ 3 ครั้ง

5. ใช้นิ้วนางค่อย ๆ นวดผิวใต้ปีกจมูก วนขึ้นไปที่ร่องจมูก ทำซ้ำ 3 ครั้ง จากนั้นไล้นิ้วมือไปที่สันจมูก โดยไล้จากจมูกมาที่โหนกแก้ม ทำซ้ำกัน 4 ครั้งอย่างช้า ๆ

6. แตะ 4 นิ้วมือของมือแต่ละข้างไว้ที่คาง แล้วไล้มือขึ้นจากคางมาที่กึ่งกลางสันจมูก จากนั้นไล้มือออกไปที่โหนกแก้ม ตามด้วยแนวสันกราม และจบที่ไหปลาร้า ทำทั้งหมด 3 ครั้ง

7. วางฝ่ามือไว้บริเวณขากรรไกร โดยที่มืออีกข้างหนึ่งประคองแก้มอีกด้านไว้ จากนั้นไล้มือนวดผิวหน้าจากขากรรไกรไปที่แก้ม แล้วดันออกมาทางแนวสันกราม ไล้ลงมาที่ไหปลาร้า ทำทั้งหมด 3 ครั้ง เสร็จแล้วสลับทำอีกด้าน

8. ทาบ 4 นิ้วของทั้งสองมือไว้ที่แก้มแต่ละข้าง จากนั้นกดนิ้วมือเบา ๆ ลากจากสันจมูกมาที่กกหู จากนั้นไล้นิ้วมือลงตามแนวสันกราม จบที่ไหปลาร้า ทำทั้งหมด 3 ครั้งอย่างช้า ๆ

9. จากใต้คาง ให้ใช้ฝ่ามือกดไล้ขึ้นมาบริเวณคาง ค้างฝ่ามือไว้ 3 วินาที จากนั้นไล้มือขึ้นมาตามโหนกแก้ม ลากไปที่กกหู และจบด้วยท่าไล่ฝ่ามือมาตามแนวสันกราม และไหปลาร้า ทำทั้งหมด 3 ครั้ง

10. จากใต้คาง ให้ใช้ฝ่ามือกดไล้ขึ้นมาบริเวณคาง ก้มหน้าเล็กน้อย ไล้ฝ่ามือไปตามแนวสันกรามไปที่กกหู เงยหน้าขึ้น จากนั้นไล้ฝ่ามือลงมาตามสันกราม จบที่ไหปลาร้า ทำทั้งหมด 3 ครั้ง

11. ไล้ฝ่ามือไปจากคางไปตามแนวสันกราม จนถึงหลังใบหู ทำแบบนี้ทั้งหมด 3 ครั้ง จากนั้นเปลี่ยนมาทำอีกข้างให้ครบ 3 ครั้งเท่ากัน

12. กางมือออกแล้วใช้นิ้วโป้งของแต่ละ ข้างเป็นฐานรองใบหน้า ทาบไว้ตรงสันกรามของแต่ละข้าง จากนั้นใช้นิ้วมือที่เหลือทั้ง 4 นิ้ว นวดไล้จากจมูกไปจนถึงกกหู เสร็จแล้วไล้ฝ่ามือลงตามแนวสันกราม ผ่านลำคอและจบลงที่ไหปลาร้า ทำทั้งหมด 3 ครั้ง

13. ทาบ 4 นิ้วไว้ที่หน้าผาก จากนั้นค่อย ๆ ใช้นิ้วนวดหน้าผากในแนวซิกแซก จากด้านซ้ายไปด้านขวา แต่อย่าลงน้ำหนักที่นิ้วแรงมากนักนะคะ ทำซ้ำกัน 3 ครั้ง

14. ทาบ 4 นิ้วของทั้งสองมือไว้ที่กึ่งกลางหน้าผาก จากนั้นไล้นิ้วลงมาตามกรอบใบหน้าอย่างช้า ๆ เป็นการจบของท่านวดหน้าลดริ้วรอย

สาว ๆ ที่ตื่นขึ้นมาวันไหนแล้วเห็นตัวเองหน้าบวมไม่สวยกระชับ ก็ลองเลือกวิธีนวดหน้าลดอาการบวมไปปรนนิบัติผิวกันได้ตามสบายเลยจ้า

ทำงานกะดึก เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าหญิงสาวทั่วไปจริงหรือไม่ ?

19

โรคมะเร็งเต้านม สามารถเกิดได้กับผู้หญิงทุกคน แต่สำหรับผู้หญิงที่ทำงานไม่เป็นเวลา มีโอกาสเสี่ยงเป็นมากกว่าคนอื่น ๆ จริงหรือ…

คุณผู้หญิงที่ทำงานเป็นกะ ไม่เป็นเวลา เดี๋ยวเข้าเวรดึก ตื่นบ่าย บางวันก็ตื่นตั้งแต่ตีสาม ได้นอนอีกทีก็ตีสี่ของอีกวัน เวลากิน เวลานอน ไม่ซ้ำกันสักวัน เรียกได้ว่าตารางเวลาในชีวิตวุ่นวายไปหมด แน่นอนว่าร่างกายย่อมทำงานหนักมากกว่าปกติ บางคนสุขภาพแย่ลงจนต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องปกติของคนที่ทำงานกะดึก ที่ต้องยอมรับผลเรื่องสุขภาพ เสี่ยงโรคร้ายมากกว่าคนที่ทำงานเป็นเวลา เช่น โรคหัวใจ โรคอ้วน โรคเบาหวาน รวมไปถึงโรคมะเร็งด้วยค่ะ
ในปี 2007 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้การทำงานแบบไม่เป็นเวลานั้นถือว่าเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง เพราะตารางเวลานาฬิกาชีวิตของคนเราถูกรบกวนและปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืนที่ควรเป็นเวลาของการพักผ่อน อวัยวะในร่างกายได้รับการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ทว่าในคนทำงานกะดึกอวัยวะส่วนต่าง ๆ ย่อมไม่ได้รับการซ่อมแซมและทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคร้ายต่าง ๆ นั่นเองค่ะ

จากทฤษฎีนี้ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Oxford University) จึงได้พิสูจน์ข้อสันนิษฐานนี้กับผู้หญิงจำนวนเกือบล้านคน แบ่งเป็นผู้หญิงอาสาสมัครเข้าร่วมการทดสอบจำนวน 522,246 คน จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด 22,559 คน และจากแหล่งข้อมูลด้านสุขภาพของนักวิจัย (UK Biobank) 251,045 คน

ซึ่งนักวิจัยได้ติดตามอัตราการเกิดของสารก่อโรคมะเร็ง ผลปรากฏว่าไม่เป็นความจริง เพราะผู้หญิงที่ทำงานกะดึกไม่ได้มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้หญิงที่ทำงานปกติทั่วไป

นอกจากนี้ผลการวิจัยยังสอดคล้องกับผลการทดลองของสหรัฐอเมริกา 2 แห่ง ในจีน 2 แห่ง ในสวีเดน 2 แห่ง และอีก 1 แห่งในเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งหมดเป็น 10 สถาบันที่ได้วิจัยเรื่องนี้ หากนับรวมผู้หญิงที่ทำงานกะดึกซึ่งได้เข้าร่วมการวิจัยจะนับทั้งสิ้นเป็นจำนวน 1,400,000 คน และพบหญิงที่เป็นโรคมะเร็งเพียง 4,660 คนเท่านั้น
รศ. ดร.รูธ ทราวิส (Associate professor Dr Ruth Travis) กล่าวว่า ผู้หญิงที่ทำงานกะดึกรวมไปถึงทำงานตลอดทั้งคืน มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมพอ ๆ กับผู้หญิงที่ทำงานเป็นเวลาตามปกติ ซึ่งผลจากการทดลองทั้ง 10 สถาบันได้ชี้ให้เห็นชัดแล้วว่าไม่ต่างกันสักเท่าใด

ซาร่าห์ วิลเลี่ยม (Sarah Williams) ผู้บริหารสถาบันค้นคว้าและวิจัยมะเร็งจากประเทศอังกฤษ ยังเสริมอีกว่า การศึกษาทฤษฎีนี้เป็นการทดลองที่กว้างมาก แต่ทว่ากลับไม่พบความสัมพันธ์ใด ๆ ระหว่างผู้หญิงทำงานกะดึกกับโรคมะเร็งเต้านม อีกทั้งยังมั่นใจได้เลยว่าผู้หญิงที่ทำงานไม่เป็นเวลาไม่มีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้หญิงทั่วไปอย่างแน่นอน และเธอยังบอกอีกว่าการจะป้องกันโรคมะเร็งเต้านมนั้นต้องมีสุขภาพที่ดี ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ได้เกี่ยวกับการนอนไม่เป็นเวลาแต่อย่างใด
หลังจากที่ผลการทดลองนี้เสร็จสิ้นก็ได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสารสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติ เพื่อให้หญิงสาวทั่วไปได้รับรู้และเข้าใจอัตราการเสี่ยงมะเร็งเต้านมเสียใหม่ เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดที่องค์การอนามัยโลกได้ประกาศในปี 2007 นั่นเองค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้นต่อให้คุณผู้หญิงทำงานเป็นเวลาหรือไม่เป็นเวลาก็ตาม อย่าหักโหมงานหนักเกินไปจนลืมดูแลร่างกายของตนเอง หากใครที่จำเป็นต้องทำงานกะดึกจริง ๆ ก็ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสุขภาพร่างกายของตัวเองและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนะคะ

20

แร่ธาตุในน้ำ ประโยชน์ที่ควรรู้

น้ำที่เราใช้ดื่มทุกวันนี้ คือ น้ำประปา ที่ผ่านกระบวนการบำบัดเพื่อฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียแล้ว แต่กว่าจะลำเลียงน้ำจากแหล่งผลิตมาถึงบ้านของเรานั้น น้ำจะต้องผ่านเส้นทางลำเลียงมาหลายต่อ ซึ่งอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนในน้ำ การกรองน้ำจากเครื่องกรองน้ำจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราจะสามารถควบคุมคุณภาพของน้ำได้ ดังนั้นการเลือกเครื่องกรองน้ำจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ถ้าหากเราเลือกเครื่องกรองน้ำ eSpring เรามั่นใจได้เลยว่า เราจะได้น้ำสะอาด เพราะเครื่องกรองน้ำ eSpring มีการนำเทคโนโลยีไส้กรองคาร์บอนมาใช้ ซึ่งไส้กรองคาร์บอนสามารถกำจัดสิ่งปนเปื้อนที่อยู่ในน้ำได้มากถึง 160 ชนิด* อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงรสชาติและกลิ่นด้วย นอกจากนี้เครื่องกรองน้ำ eSpring ยังสามารถช่วยรักษาแร่ธาตุในน้ำให้คงอยู่ได้ด้วย มาดูกันเลยว่าแร่ธาตุแต่ละชนิดมีประโยชน์กับร่างกายอย่างไรบ้าง

– แคลเซียม เรารู้จักและคุ้นเคยกับแคลเซียมมานาน ในแง่ของการบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ทั้งยังช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง อาการโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้ และอาการปวดประจำเดือน อีกทั้ง แคลเซียมยังมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ส่วนใหญ่อยู่ในกระดูก ฟัน และเนื้อเยื่อต่าง ๆ นอกจากนี้ยังช่วยชะลอวัยอีกด้วย

– แมกนีเซียม เป็นแร่ธาตุที่สำคัญต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง สร้างระบบภูมิคุ้มกัน รักษาการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ แมกนีเซียมยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับสมอง เช่น อาการซึมเศร้า เครียด ปวดไมเกรน และช่วยลดอาการตะคริวสำหรับหญิงตั้งครรภ์

– ฟลูออไรด์ ช่วยป้องกันฟันผุได้ โดยชะลอการย่อยสลายของแร่ธาตุ จัดเป็นองค์ประกอบ 1 ใน 5 ที่ช่วยป้องกันฟันผุ ช่วยย่อยสลายและเสริมกระบวนการคืนกลับมาของแร่ธาตุบนผิวเคลือบฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง

นอกจากนี้เครื่องกรองน้ำ eSpring ยังมีการนำเทคโนโลยีสมาร์ทชิพที่ทันสมัยมาใช้ สมาร์ทชิพจะช่วยแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อถึงกำหนดเปลี่ยนไส้กรองคาร์บอน โดยส่งสัญญาณมายังหน้าจออิเล็กทรอนิกส์และจะบันทึกอายุการทำงานของชุดไส้กรองคาร์บอนและหลอดอุลตร้าไวโอเล็ท (UV) เมื่อชุดไส้กรองและหลอดอุลตร้าไวโอเล็ทอันใหม่ได้รับการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว สมาร์ทชิพและจอแสดงภาพจะเริ่มต้นทำงานใหม่ทันที

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีการเชื่อต่อกระแสไฟฟ้าแบบไร้สายด้วย จะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านอากาศ น้ำ และส่วนประกอบของพลาสติก ไปยังหลอดอุลตร้าไวโอเล็ทภายในเครื่อง ทำให้ปลอดภัยเพราะน้ำและไฟฟ้าไม่สัมผัสกันโดยตรง ซึ่งจะไม่เป็นอันตรายกับเราแน่นอน
* รับรองผลการทดสอบจากห้องทดลองอิสระตามมาตรฐานขององค์กรส่งเสริมอนามัยแห่งชาติระหว่างประเทศ NSF International คือ มาตรฐาน NSF/ANSI ที่ 42, 53, 55 และ 401 ตามมาตรฐานของสำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา

เตือนภัย! วัยรุ่นติดยาทรามาดอล ทำสมองเสื่อม เดินไม่ได้

เตือนภัย! วัยรุ่นติดยาทรามาดอล ทำสมองเสื่อม เดินไม่ได้
เตือนภัย! วัยรุ่นติดยาทรามาดอล ทำสมองเสื่อม เดินไม่ได้

กรณีหญิงสาวรายหนึ่งเผยแพร่เรื่องราวของเพื่อนชาย ที่ติดยาแก้ปวด “ทรามาดอล” หรือที่กลุ่มวัยรุ่นเรียกว่ายาเขียวเหลือง เพราะเชื่อว่ากินแล้วจะรู้สึกเคลิ้มเหมือนมีความสุข แต่ไม่รู้ถึงพิษภัยของการใช้ยาผิดประเภท ล่าสุดผู้ป่วยรายนี้ไม่สามารถลุกเดินได้เหมือนคนปรกติ และมีอาการทางสมอง หลังกินยาติดต่อกันเป็นเวลานาน ข้อคำเตือนของหญิงสาวรายนี้ระบุว่า “ เตือนภัยนะคะ คนที่ชอบกินเขียวเหลืองกินจนติด คือตอนนี้แฟนเราอาการหนักมากหนักมาก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก คือแรกๆมันยังไม่เกิดอาการแต่พอมาวันนึงแฟนเราเริ่มเอาแต่นอนไม่ยอมลุกออกจากที่นอน เค้าบอกว่าลุกไม่ไหวพอเค้าลุกเข้าห้องน้ำเค้าเซเค้าจะล้มตลอด แฟนเราไม่สามารถเดินได้ รักษาก็ยังไม่หาย จำอะไรไม่ค่อยได้ สมองเบลอหลงๆลืม ตาค้างเหม่อเลยตลอดเวลา นอนก็นอนไม่หลับต้องไห้กินยานอนหลับทุกวัน กินข้าวก็กินไม่ค่อยได้น้ำหนักลง7-8โล ขนาดลุกนั่งแฟนเรายังทำไม่ได้เลย แฟนเราชอบนอนเพ้อ นอนคุยคนเดียวตอนนี้คนที่กินอยู่เลิกเถ่อะเชื่อเรามันจะมีผลค้างเคียงตามมาทีหลัง แรกๆมันยังไม่เกิดอาการ แต่ถ้ากินเข้าไปมากๆมันจะสะสมในร่างกาย ทำไห้ร่างกายไม่มีแรงเจ็บกระดูก ทำลายสมองความจำเสื่อม ถ้าไม่อยากเป็นแบบแฟนเราเลิกกินเถอะก่อนมันจะสาย” ภายหลังมีคนแชร์และส่งต่อข้อความเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นอุทหรณ์

ข้อมูลจากภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่ายาทรามาดอลใช้บำบัดอาการปวดขั้นปานกลางถึงรุนแรง มีกลไกการออกฤทธิ์คล้ายกับมอร์ฟีน ตามกฎหมายยาชนิดนี้จัดเป็นยาอันตราย เพราะหากใช้ในทางที่ผิดจะเกิดอาการข้างเคียงต่อระบบประสาท เช่น ทำให้รู้สึกเคลิ้มมีความสุขได้อย่างรวดเร็ว และส่งผลต่อการกดระบบประสาทมือสั่น กล้ามเนื้อเกร็งตัว เกิดอาการสับสน ประสาทหลอนและหวาดระแวง ซึ่งสอดคล้องกับอาการของผู้ป่วยชายรายนี้

ด้านข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ระบุว่า ร้านขายยาสามารถซื้อขายยาทรามาดอลได้ไม่เกิน 1,000 แคปซูล/เดือน โดยห้ามขายแก่เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี และขายได้ครั้งละไม่เกิน 20 แคปซูลเท่านั้น แต่การสืบค้นข้อมูลกลับพบว่า มีการลักลอบขายยาชนิดนี้ผ่านทางอินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย

ภรรยาอดีตผบ.ตร.ยังคงสถานะ”ภรรยาตัวจริง” แม้สามีควงสาวอื่นออกงาน

 ภรรยาอดีตผบ.ตร.ยังคงสถานะ"ภรรยาตัวจริง" แม้สามีควงสาวอื่นออกงาน
ภรรยาอดีตผบ.ตร.ยังคงสถานะ”ภรรยาตัวจริง” แม้สามีควงสาวอื่นออกงาน

ภรรยาอดีตผบ.ตร.ยังคงสถานะ”ภรรคุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์ ส่งจดหมายชี้แจงสื่อมวลชน หลังกระแสข่าวหย่าร้าง พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ ยืนยันสถานภาพสมรส และไม่คิดที่จะหย่า

วันที่ 20 ธันวาคม 2559 มีรายงานว่า คุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์ ได้มีการส่งจดหมายชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนจากกรณีกระแสข่าวการหย่าร้างกับ พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ โดยใจความจดหมายระบุยืนยันว่า คุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์ และ พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ ยังไม่ได้มีการจดทะเบียนหย่าตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ ทั้งคู่ยังคงสถานภาพสมรสและพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันอยู่

สำหรับเนื้อหาทั้งหมด มีรายละเอียดดังนี้…

จากกรณีที่มีสื่อต่าง ๆ นำเสนอข่าวการหย่าระหว่าง พล.ต.อ. สันต์ กับ คุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์ ดิฉัน คุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์ ขอเรียนความจริงดังนี้

1. กรณีข่าวการหย่า ระหว่างดิฉัน กับ พล.ต.อ. สันต์ ไม่เป็นความจริง และดิฉันไม่เคยคิดที่จะหย่า

ความจริง คือ ดิฉันกับ พล.ต.อ. สันต์ ยังคงสภาพสมรส และปัจจุบันยังพักอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ตามเอกสารสำเนาทะเบียนสมรส และสำเนาทะเบียนบ้านที่แนบาตัวจริง” แม้สามีควงสาวอื่นออกงาน