เราเสียอะไรจาก “เงินบาทแข็งตัว”

ทันทีที่อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแข็งค่าทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแข็งค่าสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง เสียงแห่งความกังวลจากภาคธุรกิจเอกชนก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ชูเกียรติ โอภาสวงศ์” นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า “ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้การส่งออกไทยทำได้ยากขึ้น เพราะราคาสินค้าไทยจะแพงมากกว่าคู่แข่ง โดยสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบมากกว่าอุตสาหกรรม เช่น ข้าวหอมมะลิขณะนี้ที่เงินบาทอยู่ที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เราส่งออกที่ตันละ 920 เหรียญฯ แต่ปีก่อนค่าเงินบาทอยู่ที่ 34 บาท เราตั้งราคาขายได้ที่ตันละ 800 เหรียญฯ วันนี้ข้าวหอมของกัมพูชาและเวียดนามถูกกว่าเรามาก ลูกค้าจึงเริ่มไปซื้อข้าวจากคู่แข่งแทน”

โดยหากเทียบอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันเปิดทำการวันแรกของปี 2560 นี้ วันที่ 4 ม.ค.ซึ่งเงินบาทอยู่ที่ 35.893 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ กับล่าสุดวันที่ 24 พ.ย.ที่ 32.675บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ค่าเงินบาทแข็งค่าเพิ่มขึ้น 3.218 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งขึ้นประมาณ 8.96%!!

จึงไม่น่าแปลกที่ผู้ส่งออกจะรู้สึก “ขาดทุนกำไร” เพราะเมื่อแปลงรายได้จากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเงินบาท เม็ดเงินจริงที่ได้หายไปมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเงินจำนวนนั้นเป็นรายได้สำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย

หากประมาณว่ามูลค่าการส่งออกของไทยเฉลี่ยในปี 2560 นี้อยู่ที่ 15,000-16,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อเดือน หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯเท่ากับว่ารายได้ของเราที่ได้จากการส่งออกของไทย ที่แปลงจากรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯเป็นเงินบาทไทยจะหายไป 15,000-16,000 ล้านบาทในเดือนนั้นๆ

ขณะเดียวกัน หากเทียบค่าเงินบาทกับเงินสกุลภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่เป็นคู่แข่งทางการค้าของไทยในช่วงตลอดปี 2560 นี้

เราจะพบว่า มีหลายช่วงต่อทีเดียวที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอยู่ในอันดับต้นๆของสกุลเงินภูมิภาค และบางช่วงค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาค

และที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้น คือ แนวโน้มของเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง!!

ขณะที่ภาคเอกชนให้ความเห็นว่า ค่าเงินบาทที่เหมาะสมสำหรับการส่งออกของไทยควรอยู่ที่ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ “ธิติ ตันติกุลานันท์” ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1 ปีหน้าคาดว่าจะแข็งค่าในกรอบ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ภาคเอกชนต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลเงินบาทให้มีเสถียรภาพกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ผันผวนมากเกินไป โดยหากยังแข็งค่าต่อเนื่อง ธุรกิจส่งออกหลายส่วนของไทยอาจจะอยู่ในสภาวะ “เจ็บหนัก”

อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของ ธปท.ให้เหตุผลของเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นว่า “มาจากปัจจัยในต่างประเทศ ทั้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมทั้งการเคลื่อนไหวของเงินทุนตามความมั่นใจที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละสถานการณ์ ขณะเดียวกัน การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในอัตราที่สูงมาก ทั้งจากการส่งออก และรายได้จากการท่องเที่ยว เป็นอีกส่วนที่ทำให้ “ค่าเงินบาท” แข็งค่าเพิ่มขึ้น”

ขณะที่ภาคการส่งออกนั้น ธปท.ใช้ทฤษฎีนี้มาตลอดว่า “การขยายตัวเพิ่มขึ้นของการส่งออกมาจากภาวะเศรษฐกิจของคู่ค้ามากกว่าผลจากอัตราแลกเปลี่ยน” ดังนั้น นโยบายการดูแลเงินบาทของ ธปท.ในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็น “การปล่อยไปตามกลไกและแรงกระเพื่อมจากตลาด ขณะที่การดูแลเป็นการประคองตามอาการ” เท่านั้น

มาตรการที่ออกมาดูแล “ตลาดเงินและค่าเงินบาท” จึงไม่ได้บวกความพยายามที่จะใช้ “ค่าเงิน” กระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ แต่พยายามที่ใช้วิธีกระตุ้นให้เอกชน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) “รู้จักบริหารความเสี่ยง และป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนด้วยตัวเอง”

วันที่โครงสร้างเศรษฐกิจทั่วโลก รวมทั้งเศรษฐกิจไทยกำลังเปลี่ยนสู่ยุคเทคโนโลยี การเพิ่มโอกาสการแข่งขันของธุรกิจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และการแข่งขันกันตัดราคา เป็นอีกการแข่งขันที่สำคัญ และมีความเข้มข้นสูงมาก เราควรปล่อยให้ “เงินบาทที่แข็งค่า” เป็นอุปสรรคส่วนหนึ่งของการค้าที่ทำให้เราโค้ดราคาสู้คนอื่นได้ยาก หรือเป็นส่วนหนึ่งที่บั่นทอน “รายได้” ในรูปเงินบาทของไทยให้ไม่เพิ่มขึ้นมากอย่างที่ใครๆหวัง…หรือไม่

ในช่วงที่ผ่านมานโยบายหลายเรื่องของ ธปท.ลงมาคลุกคลีกับผู้ประกอบการและติดดินมากขึ้น แต่ “อัตราแลก เปลี่ยนค่าบาท” กลับไม่ใช่ แม้วันนี้การส่งออกจะขยายตัวดีขึ้นกว่าที่คาดไว้ แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่า ถ้าเราดูแลค่าเงินบาทได้ไม่ดีพอ “เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น” จะไม่กลายเป็น “ฟางเส้นสุดท้ายบนหลังลา” ของธุรกิจส่งออกไทย

บาคาร่าเทคนิค อีกหนึ่งสิ่งที่ควรรู้ก่อนการเล่นบาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าเทคนิค คืออะไร บาคาร่าเทคนิคเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่นักพนันมืออาชีพและเซียนบาคาร่าหลาย ๆ คนได้นำความรู้และประสบการณ์จากการเล่นบาคาร่าออนไลน์ของพวกเขามาทำเป็น เทคนิคบาคาร่า และได้นำมาเผยแพร่และแบ่งปันให้กับนักพนันท่านอื่นได้นำไปใช้ โดย เทคนิคการเล่นบาคาร่า นั้นจะเป็นเทคนิคที่นักพนันบาคาร่าควรจะมีเพราะจะเป็นตัวช่วยให้ประสบความสำเร็จและได้รับกำไรจากการเล่น บาคาร่าออนไลน์ โดยบาคาร่าเทคนิคนั้นจะมีอะไรบ้างนั้นวันนี่เราจะนำตัวอย่างของบาคาร่าเทคนิคที่ท่านพึงมีมาแนะนำให้ท่านได้นำไปทดลองใช้ในการเล่นบาคาร่าออนไลน์

บาคาร่าเทคนิค ส่วนสำคัญที่จะขาดไม่ได้สำหรับการเล่นบาคาร่าออนไลน์

1. หากจะพูดถึง บาคาร่าเทคนิค ที่จะขาดไม่ได้หรือเป็นพื้นฐานสุด ๆ ของการเล่นบาคาร่าออนไลน์และการเกมส์พนันตัวอื่นนั้นคงต้องยกให้กำเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายนั้นมีความสำคัญอย่างไรนั้น คงต้องบอกว่าเป้าหมายมีความสำคัญค่อนข้างมากไม่ว่าจะกับชีวิตจริงหรือการเดิมพันเพราะเป้าหมายเป็นสิ่งที่เรากำหนดว่าเราจะทำให้ได้เช่น เรากำหนดเป้าหมายของการเดินพันไว้ว่าวันนี้เราจะทำกำไรจากการเล่นบาคาร่าออนไลน์ให้ได้เงินสัก 5,000 บาท และเมื่อเราเล่นได้ครบ 5,000 บาทก็ให้หยุดแล้ววางแผนเป้าหมายต่อไป

2. เทคนิคบาคาร่า ตัวต่อมาที่จะขาดไม่ได้ซึ่งจะเป็นเทคนิคที่ใช้ควบคู่กับเป้าหมายที่เราได้กำหนดไว้ก็ คือ การเดินเงินบาคาร่า โดยการเดินเงินบาคาร่านั้นจะเป็นเทคนิคการเล่นบาคาร่า โดยวางแผนเงินในการเดินพันเป็นชุด ๆ เช่นท่านมีเงินอยู่ 3,000 แล้วท่านต้องการใช้เทคนิคเดินเงินด้วยสูตร 1,1,1 ท่านจำเป็นต้องแบ่งเงินออกเป็น 10 ชุด ชุดละ 300 บาท โดยการแทงวางเดิมพัน 1 ชุดจะสามารถวางเดิมพันได้ 3 ตาก็คือตาละ 100 บาทนั้นเอง โดยการเดินเงินบาคาร่านั้นจะเป็นตัวช่วยให้ท่านสามารถคาดเดาได้ว่าท่านควรจะหยุดหรือเล่นต่อในกรณีของการเดินเงินบาคาร่านั้นท่านไม่ควรเล่นติดต่อกันเกิน 4-5 ตาให้หยุดและเปลี่ยนโต๊ะ

3. บาคาร่าเทคนิค อีกตัวที่สำคัญไม่แพ้ การกำหนดเป้าหมาย และการเดินเงิน คงต้องยกให้กับ การควบคุมอารมร์ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะเชื่อมโยงกำเป้าหมายและการเดินเงินโดยเทคนิคการเล่นบาคาร่าทั้งสามเทคนิคจะมีความสำพันธ์กันค่อนข้างมาก โดยการควมคุมอารมณ์นั้นจะเป็นตัวแปรที่ค่อนข้างสำคัญอย่างมาเพราะจะเป็นหนึ่งในตัวที่จะทำให้ท่านได้กำไรและเสียเงินจนหมดตัวเลยก็ว่าโดยการความคุมอารมณ์นั้น คือ การที่ท่านรู้จักควบคุมตัวเอง เมื่อได้เงินตามเป้าหมายให้ท่านหยุด เมื่อหมดตัวจากการเล่นซึ่งก็คือชุดในการเดินเงินของท่านหมดให้ท่านพอ แล้วค่อยกลับมาเล่นใหม่ในวันหลังอย่าพยายามที่จะเล่นต่อเพระาอารมณ์ท่านในตอนนั้นจะต้องการที่จะได้อย่างเดียวจนลืมไปว่าหมดไปเท่าไหร่แล้วและจะนำไปสู่ปัญหาอย่าง หมดตัวเพราะบาคาร่า อีกด้วย

บาคาร่าเทคนิค ทั้ง 3 ข้อนี้ถือเป็นหนึ่งใน เทคนิคการเล่นบาคาร่าที่ท่านจะขาดไม่ได้เพราะทั้ง 3 เทคนิคค่อนข้างที่จะเชื่อมโยงและสามารถนำไปเล่นกับเกมส์คาสิโนออนไลน์ตัวอื่นได้ นอกจากเล่นบาคาร่าออนไลน์ เทคนิคบาคาร่านั้นยังคงมีอีกหลาย ๆ เทคนิคที่รอให้ท่านเข้าไปค้นหาและเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งนี้ท่านสามารถเข้าไปค้นหาสูตรบาคาร่าและเทคนิคบาคาร่าออนไลน์ต่าง ๆ ได้ที่หน้าบทความของคาสิโน gclub ที่ได้รวบบาคาร่าเทคและสูตรการเล่นคาสิโนไว้ให้ท่านได้นำไปทดลองใช้

การดูแลมดลูกให้แข็งแรง

7
สมัยนี้สุขภาพร่างกายของคนเรานั้นสำคัญ “มดลูก” ถือว่าเป็นอวัยวะที่สำคัญของผู้หญิง ดังนั้น เราอย่ามองข้ามการดูแลมดลูกให้แข็งแรง งั้นเรามารู้เคล็ดลับการดูแลมดลูกให้แข็งแรงกันดีกว่าค่ะ

ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง

มดลูกคืออวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย หากร่างกายแข็งแรง โลหิตจะไหลเวียนไปเลี้ยงได้เต็มที่ ทำให้มดลูกแข็งแรง การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เช่น การดูแลน้ำหนักตัวให้ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่ผอมหรืออ้วนจนเกินไป การนอนหลับให้เพียงพอ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักและผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก่ว และงดการดื่มเหล้า สูบบุหรี่

ดูแลสุขภาพใจให้แข็งแรง

ความเครียดทำให้มดลูกไม่ปกติ เพราะระบบฮอร์โมนผิดปกติ ประจำเดือนจึงมาไม่ปกติ การลดความเครียดมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น รู้จักปลงตก มองโลกในแง่บวก หัวเราะทุกวัน ใช้ชีวิตพอเพียง ประหยัด พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ให้อภัยผู้อื่น มีจุดมุ่งหมายในชีวิต

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ทำให้ภูมิต้านทานดี กล้ามเนื้อหัวใจและปอดแข็งแรง สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดี ช่วยป้องกันมดลูกอักเสบและมดลูกต่ำ ควรออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ จ๊อกกิ้ง เต้นแอโรบิก โยคะ เป็นต้น อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน ครั้งและประมาณครึ่งชั่วโมง

ระวังการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้เกิดอาการตกขาว ปวดท้องน้อย มีไข้ มดลูกอักเสบ แม้รักษาหายก็ยังมีอาการปวดมดลูก ปวดประจำเดือน มีตกขาวเรื้อรัง ไข้ทับระดู ไม่ตั้งครรภ์ หรือตั้งครรภ์นอกมดลูก การหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งสำคัญข้อหนึ่งที่ทำให้มดลูกดี ดังนั้นควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งกับคนที่ไม่รู้จักไม่รู้ใจหรือไม่แน่ใจ

ขมิบเพื่อบริหารอุ้มเชิงกรางอย่างสม่ำเสมอ
การขมิบคือ การเกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (เหมือนการกลั้นอุจจาระ ปัสสาวะ) วิธีการคือ ให้เกร็งค้างไว้ นับ 1 – 5 แล้วผ่อนคลาย อาจทำต่อเนื่องกันหรือแบ่งเป็นครั้งละ 20 – 30 ชุดก็ได้ จะทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแข็งแรง และมดลูกไม่ต่ำ

ไม่ยกของหนัก

การยกของหนักทำให้มดลูกต่ำ กระเพราะปัสสาวะกระทบกระเทือน หากจำเป็นต้องยกของหนักควรปัสสาวะก่อน

ตรวจร่างกายและตรวจภายในเป็นประจำ

แม้ว่าเราจะแข็งแรง ก็ควรตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำ เพื่อค้นหาโรคในระยะเริ่มแรก โรคภัยไข้เจ็บมีผลต่อมดลูกไม่มากก็น้อย เช่น โรคเบาหวาน อาจทำให้มดลูกอักเสบ ติดเชื้อ เป็นเชื้อรา และโรคเรื้อรังอื่นๆ อย่างความดันโลหิดสูง โรคไทรอยด์ โรคตับ โรคไต อาจทำให้มีการตกเลือด ประจำเดือนมามากหรือกะปริบกะปรอย รวมไปถึงการตรวจภายใน โดยตรวจวินิจฉัยและรักษาการอักเสบ ติดเชื้อในช่องคลอด ปากมดลูก จนทำให้มดลูกไม่ดีได้ ทั้งยังสามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาอาการผิดปกติของมดลูกได้แต่เนิ่นๆ เช่น เนื้องอกธรรมดาของโพรงมดลูก เนื้องอกธรรมดาของมดลูก และเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ก่อนลงเอยด้วยการตัดมดลูก

ไม่กินสมุนไพร ยาสตรี หรืออาหารเสริมที่มีฮอร์โมนเพศหญิงเป็นประจำ โดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

เนื่องจากมดลูกเป็นอวัยวะภายในสตรีที่ไวต่อฮอร์โมนมาก การกินฮอร์โมนเพศหญิง จึงเป็นการเพิ่มการอักเสบของมดลูก ทำให้มดลูกโต เนื้องอก มดลูกขยายขนาด และเกิดโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุของมดลูกไม่ดี อาจทำให้ไม่สามารถมีลูกได้ และอาจต้องตัดมดลูก

นี่แหละ! 5 ตัวการทำให้ลงพุงที่ไม่ได้มีแต่ไขมันเท่านั้น

6

หลายคนอาจจะเข้าใจว่า การลงพุงนั้น เกิดจากการทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป จึงทำให้ไขมันสะสมจนมีพุงน้อยๆ ยื่นออกมา แต่รู้ไหมว่า ความจริงแล้วการอ้วนลงพุง ไม่ได้เกิดจากสาเหตุไขมันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาจเกิดจาก 5 สาเหตุดังนี้

1.การแพ้อาหาร

การแพ้อาหารบางชนิด อาจจะทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้ ซึ่งอาการบวมนี้เองที่ทำให้หน้าท้องของคุณมีพุงน้อยๆยื่นออกมามากกว่าปกติ และบางคนก็อาจจะบวมทั้งตัวเลยทีเดียว โดยอาหารที่อาจทำให้เกิดการแพ้ได้มากที่สุด ก็คือ อาหารจำพวกแป้ง และนมนั่นเอง อย่างไรก็ควรสังเกตตัวเองดูด้วย ว่าอาการบวมที่เกิดขึ้น จริงๆ แล้วเกิดจากการแพ้อาหารชนิดใดกันแน่

2.ทานโซเดียมมากเกินไป

โซเดียมหรือเกลือ เป็นสาเหตุหนึ่งของอาการบวมน้ำที่อาจทำให้เกิดการลงพุงได้ง่าย และเสี่ยงต่อโรคไตอีกด้วย ดังนั้นจึงควรทานโซเดียมให้น้อยลง รวมถึงอาหารที่มีรสชาติเค็มจัด และพวกขนมขบเคี้ยวทั้งหลาย ที่ต้องบอกเลยว่า นอกจากจะเป็นแหล่งผงชูรสแล้ว ก็มีปริมาณโซเดียมไม่น้อยเลยทีเดียว

3.ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ นอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพเป็นอย่างมากแล้ว ก็ส่งผลกระทบต่อระบบเผาผลาญพลังงาน ทำให้เกิดเซลลูไลท์ส่วนเกินมากขึ้น และมีผลให้เกิดอาการบวมน้ำ ซึ่งแสดงออกมาในรูปของการลงพุงอีกด้วย จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ทำไมขาดื่มทั้งหลายจึงมักจะมีพุงเสมอ เพราะฉะนั้นหากใครไม่อยากอ้วนลงพุง ก็ควรเลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยด่วน

ประโยชน์ของการนอนแก้ผ้า ใครว่าธรรมดาอย่างที่คิด!

5

การนอนหลับ เป็นการพักผ่อนที่ดี และจะดียิ่งกว่าหากคุณนอนแก้ผ้า เพราะจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ พบว่าการนอนแก้ผ้าจะส่งผลดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก แถมทำให้นอนหลับสนิทมากกว่าการสวมใส่เสื้อผ้าอีกด้วย หลายคนอาจจะรู้สึกสงสัยใช่ไหมล่ะ ว่ามันให้ผลลัพธ์ที่ดีจริงหรือ เพราะฉะนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะได้ประโยชน์จากการนอนแก้ผ้าอย่างไรบ้าง

หลับสนิท หมดกังวลเรื่องการนอนไม่หลับ

การวิจัยออกมาแล้วว่า การนอนแก้ผ้าจะช่วยให้หลับสนิทมากขึ้น และสามารถแก้อาการนอนไม่หลับได้เป็นอย่างดี นั่นก็เพราะว่าในขณะนอนหลับ อุณหภูมิของร่างกายจะลดลง เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการพักผ่อนมากขึ้น แต่การใส่เสื้อผ้า จะไปรบกวนการปรับลดอุณหภูมิของร่างกายได้ เป็นผลให้หลับไม่สนิท และบางคนอาจเกิดอาการนอนไม่หลับได้นั่นเอง ดังนั้นมานอนแก้ผ้ากันดูสิ รับรองว่าหลับสบายยาวนานตลอดคืนแน่นอน

ไขมันหน้าท้องยุบลงอย่างเห็นได้ชัด

การนอนแก้ผ้า สามารถช่วยให้ไขมันหน้าท้องยุบลงได้ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากการนอนหลับสนิทและหลับสบายตลอดคืน เนื่องจากในขณะหลับสนิทนั้น ร่างกายของเราจะมีการปรับลดฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่เป็นตัวการของความรู้สึกหิว ทำให้ความอยากอาหารลดน้อยลง จึงกินอาหารน้อยลงไปด้วย และด้วยเหตุนี้หน้าท้องจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด และสามารถกระชับสัดส่วนได้ดีสุดๆ

6 สัญญาณเตือน “รักเริ่มจืดจาง”

4

บ่อยครั้งที่ความรักของคนสองคนมักไปกันไม่รอด เพราะรักเริ่มจืดจาง ไม่หวานชื่นเหมือนช่วงแรกๆ ที่ยังมีโปรโมชั่นกันอยู่ และมีจำนวนไม่น้อยที่ถูกคนรักบอกเลิกแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เพราะไม่ทันได้สังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับคู่ของตัวเอง

วันนี้ Tonkit 360 มีคำแนะนำดีๆ จาก มาริน่า โวรอน นักบำบัดครอบครัวและชีวิตคู่ ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ Simply Great Relationships ในการสังเกตว่าความรักของอีกฝ่ายเริ่มจืดจางแล้วหรือยัง จาก 6 สัญญาณเตือนเหล่านี้

1.บ่ายเบี่ยงที่จะมีเซ็กซ์ด้วย

เป็นธรรมดาสำหรับคู่รักที่คบกันมายาวนาน ที่ความร้อนแรงในเรื่องบนเตียงอาจลดน้อยลงไปบ้าง แต่ถ้าคู่ของเราพยายามบ่ายเบี่ยงที่จะมีเซ็กซ์ด้วย หรือไม่ได้มีอะไรด้วยกันนานถึง 3 เดือนแล้ว ก็อาจหมายความว่าอีกฝ่ายเริ่มจะไม่สนใจเราแล้ว

2.อยู่ด้วยกันแล้วเครียด

หากรู้สึกว่า ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่มีความสุขหรือเบิกบานใจเหมือนแต่ก่อน แต่กลับมีความรู้สึกกังวลหรือความเครียดเข้ามาแทนที่ทุกครั้งที่ใช้เวลาด้วยกัน นั่นแสดงว่าความสัมพันธ์กับคู่ของเราอาจเริ่มมีปัญหาแล้ว

3.อีกฝ่ายเริ่มไม่เคารพกัน
การใช้ชีวิตคู่ให้ราบรื่นอยู่กันไปได้ตลอดรอดฝั่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องมีความเคารพซึ่งกันและกัน ถ้าเริ่มตำหนิ วิพากษ์วิจารณ์กัน มองแต่ข้อเสียของอีกฝ่าย ก็ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับการอยู่ด้วยกันแล้ว

4.สนใจมือถือมากกว่าคู่ตัวเอง

เมื่ออยู่ด้วยกัน อีกฝ่ายกลับให้ความสนใจสมาร์ทโฟนหรือมือถือ มากกว่าจะเงยหน้ามาพูดคุยกับคู่ของตัวเอง ก็เริ่มเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่า เราอาจไม่ใช่คนสำคัญที่สุดสำหรับเขา เพราะแม้แต่มือถือก็ยังดึงความสนใจจากเขาไปได้

5.เห็นเพื่อนหรือคนอื่นสำคัญกว่า

หากอีกฝ่ายเลือกที่จะไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือคนอื่น มากกว่าจะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาจัดลำดับความสำคัญให้กับคนอื่นก่อน แทนที่จะเป็นคนรักอย่างเรา

6.อีกฝ่ายมีระยะห่างจนเข้าไม่ถึง

การที่คู่ของเรามีระยะห่าง และไม่อยากอยู่ใกล้ๆ หรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ไม่ว่าจะเรื่องบนเตียง เรื่องความรู้สึก หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้รู้สึกมีกำแพงระหว่างกัน ถือเป็นสัญญาณอันตราย ที่อาจแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้คนสองคนกลายเป็นคนแปลกหน้าได้

กอล์ฟ พิชญะ โดนแซวหนักมากเป็น หน้ากากแมงมุม ขนาดพี่ชาย – เพื่อน ยังพูดแบบนี้ !

กอล์ฟ พิชญะ โดนแซวหนักเป็น หน้ากากแมงมุม ขนาด บี้ เคพีเอ็น – แบงค์ พิเศษ นิธิไพศาลกุล พี่ชาย ยังพูดแบบนี้ ไม่ใช่ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

กำลังสนุกขึ้นทุกตอน สำหรับรายการ The Mask Singer 2 หน้ากากนักร้อง ที่ในสัปดาห์นี้ (20 เมษายน 2560) เป็นการประชันกันของกรุ๊ปบี ระหว่างหน้ากากชายแก่ และหน้ากากเสือจากัวร์ รวมไปถึงหน้ากากแมงมุม และหน้ากากกะเพรา ซึ่งปรากฏว่า หน้ากากเสือจากัวร์ และ หน้ากากแมงมุม เป็นฝ่ายที่ผ่านเข้ารอบสำเร็จ
แต่งานนี้ดูเหมือนว่า หน้ากากแมงมุม ที่ตอนแรกโผล่มาในวันเปิดหน้ากากทุเรียน และมาอีกทีในรอบนี้ จะเจอจับไต๋ได้เต็ม ๆ ซึ่งมีหลายคนคาดว่า ด้วยเสียงร้องแบบนี้ ท่าเต้นแบบนี้ ส่วนสูงขนาดนี้ น่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก กอล์ฟ พิชญะ แน่นอน
และเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ทั้งแบงค์ พิเศษ นิธิไพศาลกุล พี่ชายกอล์ฟ ก็ถึงกับออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตนมั่นใจชัดเจนว่าหน้ากากแมงมุมคือใคร ใครท้าพนันตนจะลงให้หมดทั้ง รถ บ้าน ที่ดิน กู้ธนาคารมาด้วย

และไม่ใช่แค่นั้น หลังจากที่มีการคาดเดาว่า หน้ากากซาลาเปา คือ บี้ เคพีเอ็น กอล์ฟเองก็เลยเข้าไปแซวบี้ จนบี้แซวกลับว่า “หึ ๆ อย่ามาปล่อยใยแถวนี้ ผมงงฮะ”

โจ๊ก โซคูล ตัดพ้อในโชคชะตา หลังไปออก #themasksinger2 จนทุกกองถ่ายทำแบบนี้

โจ๊ก โซคูล ขอตัดพ้อเจอแต่เมนูเดิม ๆ ทุกวันในทุกกองถ่าย หลังสวม #หน้ากากกะเพรา ไปร่วมแข่งรายการ #themasksinger2

โจ๊ก โซคูล นักร้องหนุ่มสายฮา หรือ หน้ากากกะเพรา จากรายการ The Mask Singer 2 หน้ากากนักร้อง ที่หลังจากไปออกรายการก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรงจากแฟนคลับและคนรอบข้างเพียบ ซึ่งแม้ว่าเจ้าตัวจะเลือกที่จะสวมเป็นหน้ากากกะเพรา เพราะความที่ชื่นชอบกินกะเพรา แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ตกรอบแรกไป แต่เจ้าตัวก็แฮปปี้สุด ๆ พร้อมขอบคุณแฟน ๆ ที่ส่งความรักและกำลังใจมาให้อย่างล้นหลาม
แต่ล่าสุด (27 เมษายน 2560) ดูท่าว่า หน้ากากกะเพรา จะทำให้เจ้าตัวไม่ค่อยมีความสุขซะแล้ว จนต้องออกมาตัดพ้อซะใหญ่โตผ่านไอจีสตอรี่ โดย หนุ่มโจ๊ก ได้โพสต์รูปเมนูผัดกะเพราพร้อมข้อความว่า “ตั้งแต่วันนั้น ทุกกองถ่ายก็ไม่ทำอย่างอื่นให้กิน…” งานนี้ทำเอาแฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์เพียบ บอกไม่รู้จะฮาหรือสงสารเจ้าตัวดี

ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง สารภาพความในใจ หลังถอดรูป หน้ากากเงาะป่า #themasksinger2

ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ขอส่งกำลังใจให้หน้ากากอีกาเผือก หลังจากชนะและผ่านเข้ารอบในรายการ #themasksinger2 ปลื้มใจได้กลับมาร้องเพลงอีกครั้ง

การแข่งขันในรายการ the mask singer 2 ในรอบแรกของกรุ๊ปบี เมื่อคืนวันที่ 28 เมษายน 2560 ยังคงเข้มข้นและสนุกสนานต่อเนื่อง โดยเป็นการประชันกันระหว่าง หน้ากากน้อยหน้า และหน้ากากหงส์ดำ และอีกคู่คือ หน้ากากเงาะป่าและหน้ากากอีกาเผือก ซึ่งปรากฏว่า หน้ากากหงส์ดำและหน้ากากเงาะป่า เป็นผู้แพ้ และเมื่อถอดหน้ากากเงาะป่าออกมา ก็พบว่าเป็น ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง นักร้องดังในอดีตนั่นเอง
ซึ่งแม้ว่าทัชเองจะตกรอบค่อนข้างไว แต่เจ้าตัวก็ได้ออกมาขอบคุณทุก ๆ คนที่เป็นกำลังใจและชื่นชอบเงาะป่า พร้อมกับอวยพรให้หน้ากากอีกาเผือก คว้าแชมป์ ทวงบัลลังก์แทนหน้ากากอีกาดำให้จงได้

รถเมล์ คะนึงนิจ ไขข้อสงสัย ใส่ชุดหน้ากากน้อยหน่า แล้วเข้าห้องน้ำยังไง ?

รถเมล์ คะนึงนิจ เปิดใจหลังขึ้นเวที The Mask Singer 2 เป็นหน้ากากน้อยหน่า ยืนยันชุดใส่ยากมาก จะนั่งก็นั่งไม่ได้ เจอแบบนี้เข้าห้องน้ำจะทำไงละเนี่ย

แม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา หน้ากากน้อยหน่า จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับหน้ากากหงส์ดำ ทำให้สาวรถเมล์ คะนึงนิจ ต้องถอดหน้ากากออกมา ซึ่งล่าสุด (28 เมษายน 2560) รถเมล์ ก็ได้ออกเปิดใจเรื่องนี้

ทั้งนี้ รถเมล์บอกว่า หน้ากากน้อยหน่านั้น ชุดหนักมาก ถอดยากมาก ขยับไม่ได้ จนต้องบอกทีมงานว่าก่อนจะขึ้นเวที ต้องขอเวลาหน่อย ส่วนเวลาเข้าห้องน้ำนั้น ตนไม่ได้เข้าเลย ต้องทำธุระให้เสร็จทั้งหมดก่อน ตนเคยใส่ชุดนานที่สุด 3 ชั่วโมง ก็สาหัสอยู่
ถามว่ากลัวกันต์ กันตถาวร จับได้ไหม เพราะสนิทกันอยู่ รถเมล์บอกว่า ตนไม่กลัวเพราะคิดว่ากันต์ไม่รู้ เขาเองไม่ระแคะระคายอะไร อาจจะมีกลัวบ้างวันที่ลองชุด เพราะเขารู้ว่าตนขับรถอะไร

ส่วนเรื่องการเก็บความลับ รถเมล์บอกว่า ยากที่สุดคือเก็บความลับกับแฟนคลับ เพราะเวลาตนไปถ่ายรายการไหน จะมีแฟนคลับที่ใกล้ชิดติดตามไปใหักำลังใจ ตนเลยต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ หลบ ๆ เอา แต่ก็ถือว่าสนุกดี